Korea Beauty Art

5 วัน 3 คืน
Category:
  • korea-beauty-art-07
  • korea-beauty-art-08
  • korea-beauty-art-09
  • korea-beauty-art-01
  • korea-beauty-art-03
  • korea-beauty-art-04
  • korea-beauty-art-05
  • korea-beauty-art-06
  • korea-beauty-art-02

ถ่ายรูปสุดชิคกับ Anyang Art Park ชมเมืองจำลองรอบโลกที่ Bucheon Aiins World
Everland – พระราชวังเคียงบกกุง – ตลาดเมียงดง – Anyang Art Park – Bucheon Aiins Worls – เมียงดง
พิเศษ! บุฟเฟ่ต์ BBQ ปิ้งย่าง…สไตล์เกาหลี

DEPARTURE/RETURN LOCATION สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 2 เคาน์เตอร์ C สายการบิน THAI AIRWAYS (TG)
DEPARTURE TIME โปรดเดินทางถึงสนามบินก่อนเวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง
อัตรานี้รวม
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พร้อมคณะ ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี
ค่ารถรับ-ส่ง และนำเที่ยวตามรายการ ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ
ค่าจ้างมัคคุเทศก์คอยบริการตลอดการเดินทาง ค่าอาหารตามมื้อที่ระบุในรายการ
ค่าน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระท่านละไม่เกิน 30 กก. ค่าที่พักตามที่ระบุในรายการ พักห้องละ 2 ท่าน
ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
อัตรานี้ไม่รวม
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง , ค่าโทรศัพท์ , ค่าโทรศัพท์ทางไกล , ค่าอินเตอร์เน็ต , ค่าซักรีด, มินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ (กรุณาสอบถามจากหัวหน้าทัวร์ก่อนการใช้บริการ)
ค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าวีซ่าสำหรับพาสปอร์ตต่างด้าว

เอกสารประกอบในการยื่นวีซ่า
1) พาสปอร์ต
2) ใบประจำตัวคนต่างด้าว
3) ใบสำคัญถิ่นที่อยู่
4) สำเนาทะเบียนบ้าน(ถ้ามี)
5) สมุดบัญชีเงินฝาก(ถ้ามี)
6) รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว 2 รูป
(สำหรับหนังสือเดินทางต่างด้าว เจ้าของหนังสือเดินทางต้องทำเรื่องแจ้งเข้า-ออกด้วยตนเองก่อนจะยื่นวีซ่า)

เงื่อนไขการชำระค่าบริการ
1. นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องชำระเงินมัดจำเป็นเงินจำนวน 10,000 บาทต่อท่าน เพื่อสำรองที่นั่ง ภายใน 3 วันหลังจากการจอง
2. นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องชำระเงินค่าบริการส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 30 วัน กรณีนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ไม่ชำระเงิน หรือชำระเงินไม่ครบภายในกำหนด รวมถึงกรณีเช็คของท่านถูกปฏิเสธการจ่ายเงินไม่ว่ากรณีใดๆ ให้ถือว่านักท่องเที่ยวสละสิทธิ์การเดินทางในทัวร์นั้นๆ
3. กรณีที่นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ จองการเดินทางน้อยกว่า 30 วัน จะต้องชำระครบเต็มจำนวนเลย
4. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัท เช่น แฟกซ์ , อีเมล์ , หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์
เวลา 9.00 น. – 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 9.00 น. – 14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาล
ประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท

เงื่อนไขการยกเลิกการเดินทาง

1. กรณีที่นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องการขอยกเลิกการเดินทาง หรือเลื่อนการเดินทาง นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่(ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์ อีเมล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการยกเลิกที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อแจ้งยกเลิกการจองกับทางบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร ทางบริษัทไม่รับยกเลิกการจองผ่านทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆ
2. กรณีนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ต้องการขอรับเงินค่าบริการคืน นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ (ผู้มีชื่อในเอกสารการจอง) จะต้องแฟกซ์
อีเมล์ หรือเดินทางมาเซ็นเอกสารการขอรับเงินคืนที่บริษัทอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อทำเรื่องขอรับเงินค่าบริการคืน โดยแนบหนังสือ
มอบอำนาจพร้อมหลักฐานประกอบการมอบอำนาจ หลักฐานการชำระเงินค่าบริการต่างๆ และหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการให้
นำเงินเข้าให้ครบถ้วน
โดยมีเงื่อนไขการคืนเงินค่าบริการดังนี้

  • ยกเลิกก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน คืนเงินค่าบริการร้อยละ 100 ของเงินค่าบริการ
  • ยกเลิกก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 15 วัน คืนเงินค่าบริการร้อยละ 50 ของเงินค่าบริการ
  • ยกเลิกก่อนวันเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ไม่คืนเงินค่าบริการที่ชำระแล้วทั้งหมด
    ทั้งนี้ ทางบริษัทจะหักค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายจริงจากค่าบริการที่ชำระแล้วเนื่องในการเตรียมการจัดการนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว
    เช่น การสำรองที่นั่งตั๋วเครื่องบิน การจองที่พักฯลฯ
  1. การเดินทางที่ต้องการันตีมัดจำหรือซื้อขาดแบบมีเงื่อนไข หรือเที่ยวบินเหมาลำ Charter Flight หรือ Extra Flight กับสายการบินหรือผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศ จะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือค่าบริการทั้งหมด
  2. การติดต่อใดๆ กับทางบริษัท เช่น แฟกซ์ อีเมล์ หรือจดหมายฯ ต้องทำในวันเวลาทำการของทางบริษัท ดังนี้ วันจันทร์ ถึงศุกร์ เวลา9.00 น. – 18.00 น. และวันเสาร์ เวลา 9.00 น. – 14.00 น. นอกจากวันเวลาดังกล่าวและวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่รัฐบาลประกาศในปีนั้นๆถือว่าเป็นวันหยุดทำการของทางบริษัท
  3. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางกรณีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไม่ถึง 15 คน

เงื่อนไขและข้อกำหนดอื่นๆ
1. ทัวร์นี้สำหรับผู้มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น
2. ทัวร์นี้เป็นทัวร์แบบเหมา หากท่านไม่ได้ร่วมเดินทางหรือใช้บริการตามที่ระบุไว้ในรายการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด หรือถูกปฏิเสธการเข้า-ออกเมืองด้วยเหตุผลใดๆ ทางบริษัทจะไม่คืนเงินค่าบริการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่าน
3. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่า 15 ท่าน โดยจะแจ้งให้กับนักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่ไม่มีวีซ่า และอย่างน้อย 10 วันก่อนการเดินทางสำหรับประเทศที่มีวีซ่า แต่หากทางนักท่องเที่ยวทุกท่านยินดีที่จะชำระค่าบริการเพิ่มจากการที่มีนักท่องเที่ยวร่วมเดินทางน้อยกว่าที่ทางบริษัทกำหนดเพื่อให้คณะเดินทางได้ ทางเรายินดีที่จะให้บริการต่อไป
4. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายจากความผิดพลาดในการสะกดชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ เลขที่หนังสือเดินทาง และอื่นๆ เพื่อใช้ในการจองตั๋วเครื่องบิน ในกรณีที่นักท่องเที่ยวหรือเอเจนซี่มิได้ส่งหน้าหนังสือเดินทางให้กับทางบริษัทพร้อมการชำระเงินมัดจำ
5. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการการเดินทางตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ภูมิอากาศ และเวลาณ วันที่เดินทางจริงของประเทศที่เดินทาง ทั้งนี้ บริษัทจะคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นสำคัญ
6. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวที่มิได้เกิดจากความผิดของทางบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ การจลาจล การนัดหยุดงาน การปฏิวัติ อุบัติเหตุ ความเจ็บป่วย ความสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ ความล่าช้า เปลี่ยนแปลง หรือการบริการของสายการบิน เหตุสุดวิสัยอื่น เป็นต้น
7. อัตราค่าบริการนี้คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ทางบริษัทเสนอราคา ดังนั้น ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าภาษีเชื้อเพลิง ค่าประกันภัยสายการบิน การเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินฯลฯ
8. มัคคุเทศก์ พนักงาน หรือตัวแทนของทางบริษัท ไม่มีอำนาจในการให้คำสัญญาใดๆ แทนบริษัท เว้นแต่มีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทกำกับเท่านั้น

ข้อแนะนำก่อนการเดินทาง

  • กรุณาแยกของเหลว , เจล , สเปรย์ ที่จะนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน ต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตรต่อชิ้น และรวมกันทุกชิ้นไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร โดยแยกใส่ถุงพลาสติกใสซึ่งมีซิปล็อคปิดสนิท และสามารถนำออกมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้อย่างสะดวก ณ จุดเอ็กซ์เรย์ อนุญาตให้ถือได้ท่านละ 1 ใบเท่านั้น ถ้าสิ่งของดังกล่าวมีขนาดบรรจุภัณฑ์มากกว่าที่กำหนดจะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
  • สิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกับอาวุธ เช่น กรรไกรตัดเล็บ , มีดพก , แหนบ , อุปกรณ์กีฬาฯ จะต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่และฝากเจ้าหน้าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
  • ประเทศเกาหลี มีกฎหมายห้ามนำผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากพืช และเนื้อสัตว์ทุกชนิดเข้าประเทศ เช่น ผัก , ผลไม้สด , ไข่ , เนื้อสั

**หมายเหตุ**
1. รับเฉพาะผู้มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว ค่าทัวร์ที่จ่ายให้กับผู้จัด เป็นการชำระแบบจ่ายชำระขาด และผู้จัดได้ชำระให้กับสายการบินและสถานที่ต่างๆ แบบชำระขาดเช่นกันก่อนออกเดินทาง ฉะนั้นหากท่านไม่ได้ร่วมเดินทางหรือใช้บริการตามรายการไม่ด้วย
สาเหตุใดหรือได้รับการปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกเมืองจากประเทศในรายการ (ประเทศไทยและประเทศเกาหลีใต้) ทางผู้จัดขอ
สงวนสิทธิ์การคืนเงินสดส่วนใดๆ รวมทั้งค่าตั๋วเครื่องบินให้แก่ท่าน ***และทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ ราคานี้เฉพาะนักท่องเที่ยว
ชาวไทยเท่านั้น ถ้าหากเป็นชาวต่างชาติ จะต้องเพิ่มจากราคาค่าทัวร์ปกติอีก 100 USD** **กรณีตัดกรุ๊ปเหมาที่เป็น เด็ก
นักเรียน นักศึกษา ครู ธุรกิจขายตรงเครื่องสำอางค์ หมอ พยาบาล ชาวต่างชาติ หรือกรุ๊ปที่มีการขอดูงาน จะต้องสอบถามราคา
ใหม่ทุกครั้ง**
2. หากมีเพื่อนหรือญาติของท่านต้องการร่วมเดินทางท่องเที่ยวระหว่างท่องเที่ยวในประเทศเกาหลี หรือปัญหาต่างๆ ตลอดจน
ข้อแนะนำกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ หากท่านมีความจำเป็นต้องรับฝากของจากผู้อื่นเพื่อที่จะนำไปยังประเทศนั้นๆ หรือ
นำกลับประเทศไทย ควรตรวจสิ่งของนั้นว่าต้องไม่เป็นสิ่งของผิดกฎหมาย ซึ่งของผิดกฎหมายบางประเภท อาจมีโทษถึงขั้นประหาร
ชีวิต เจ้าหน้าที่จะไม่รับฝากกระเป๋าหรือสิ่งของใดใด
3. โรงแรมที่พักที่ประเทศเกาหลีใต้อาจะมีการสลับปรับเปลี่ยนขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเป็นหลักโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ลูกค้าเป็น
หลัก
4. ประเทศเกาหลีใต้จะมีช่างภาพมาถ่ายรูป และช่วยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง และวันสุดท้ายช่างภาพจะนำภาพถ่ายมาจำหน่ายกับลูกทัวร์ หากว่าท่านใดสนใจสามารถซื้อได้ แต่ถ้าท่านใดไม่สนใจก็ไม่ต้องซื้อ เพราะทางบริษัททัวร์ไม่มีการบังคับลูก
ทัวร์ซื้อแต่อย่างใด แต่เป็นการบอกกล่าวล่วงหน้า
5. ทัวร์ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะเท่านั้น ถ้าลุกค้าต้องการแยกตัวออกจากกรุ๊ปทัวร์ โดยไม่ลงร้านช้อปปิ้ง เช่นน้ำมันสน / ร้านโสม / ฮ็อตเกนามู / คอสเมติค / อะเมทิส ทางบริษัทจะคิดค่าดำเนินการในการแยกท่องเที่ยวเอง 300 USD ต่อ
ท่าน

จากมาตรการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศเกาหลีให้กับคนไทย ผู้ที่ประสงค์จะพำนักระยะสั้นในประเทศเกาหลีไม่เกิน 90 วัน ไม่ว่าจะด้วย
วัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือธุรกิจ จะต้องยื่นเอกสารในขั้นตอนการตรวจเข้าเมือง เพื่อยืนยันการมีคุณสมบัติการ
เข้าประเทศเกาหลี* ดังต่อไปนี้

  •  พาสปอร์ตจะต้องมีอายุมากกว่า 6 เดือน นับจากวันไปถึง
  • ตั๋วเครื่องบินขาออกจากประเทศเกาหลี ทางทัวร์จัดเตรียมให้
  • สิ่งที่ยืนยันว่าท่านสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่พำนักในประเทศเกาหลีได้ (เช่น เงินสด บัตรเครดิต
    เป็นต้น)
  • ชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขติดต่อในระหว่างที่พำนักในประเทศเกาหลี (เช่น คนรู้จัก โรงแรมและอื่นๆ) ทางทัวร์จัดเตรียมให้
    – กำหนดการเดินทางระหว่างที่พำนักในประเทศเกาหลี ทางทัวร์จัดเตรียมให้

1

Day 1: กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)

20.30 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 2 เคาน์เตอร์ C สายการบิน THAI AIRWAYS (TG)เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกในการขึ้นเครื่อง (หัวหน้าทัวร์แนะนำการเดินทาง) สายการบิน THAI AIRWAYS จัดที่นั่งแบบ 3-3-3 น้ำหนักกระเป๋า 30 กก./ท่าน

**หมายเหตุ** เคาน์เตอร์เช็คอินจะปิดบริการ ก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 60 นาที และผู้โดยสารพร้อม ณ ประตูขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออก 40 นาที (**ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกที่นั่งบนเครื่อง เนื่องจากต้องเป็นไปตามระบบของสายการบิน**)

23.30 น. บินลัดฟ้าสู่ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ โดยเที่ยวบินที่ TG656 (บริการอาหารบนเครื่อง)

2

Day 2 : เกาหลีใต้ (อินชอน) – ANYANG ART PARK – โรงเรียนสอนทำกิมจิ – สวนสนุก EVERLAND

06.55 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติอินชอน (เวลาท้องถิ่นเร็วกว่าไทย 2 ช.ม. กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเป็นเวลาท้องถิ่นเพื่อสะดวกในการนัดหมาย) หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว ขอต้อนรับทุกท่านสู่สาธารณะรัฐเกาหลีใต้รถโค้ชนำทุกท่านข้ามทะเลตะวันตกด้วยสะพานแขวนยองจอง หรือ สะพานเพื่อความหวังในการรวมชาติที่ยาวกว่า 4.42
กม. และมียอดโดมสูง 107 เมตรจากนั้นนำท่านไป ANYANG ART PARK สวนศิลปะสุดฮิปใกล้กรุงโซล มีหลากหลายโซนให้เลือกเดินแบบฟูลออฟชั่น!!อาทิ โซน Grass on Vacation เป็นสะพานสีขาวเพื่อข้ามไปยังจุดอื่นๆ โซน Paper Snake เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความอาร์ตมาก รูปทรงคล้ายงูตามชื่อคอนเซ็ป โซน Linear Building on The Tree เป็นอุโมงค์ที่มีรูปทรงคดเคี้ยวและยาวมาก เดินทะลุออกไปจะพบกับลานกว้างๆ สีน้ำตาลรูปทรงแปลกตา โซน Grass on Vacation เป็นสะพานสีขาวเพื่อข้ามไปยังจุดอื่นๆ โซน Paper Snake เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความอาร์ตมาก รูปทรงคล้ายงูตามชื่อคอนเซ็ป โซน Artificial Fall เป็นน้ำตกจำลองขนาดใหญ่ แต่หากเข้าไม่ถึงความอาร์ตนั้นก็สามารถหามุมชิคๆ เก๋ๆ ถ่ายรูปได้ โซน Dimension Mirror Labyrinth เป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างด้วยกระจกเหมือนเป็นเขาวงกตกลางป่าใหญ่ โซน Anyang Crate House เป็นการนำเอาพลาสติกที่เหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะ พอเข้าไปด้านในจะมีแสงลอดเข้ามาตามช่อง ถ่ายรูปออกมาจะดูสวยมาก โซน The Tail of Dragon เป็นหลังคาบ้านเกาหลีโบราณที่โผล่ขึ้นมาจากดิน ลักษณะคล้ายหางมังกร โซน Anyang Peak เป็นจุดชมวิวของสวนแห่งนี้ และโซน Re. Vol. Ver. เป็นคอนเซ็ปบ้านเล็กกลางป่าใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีงานศิลปะอีกหลายจุดที่น่าสนใจ และสถาปัตยกรรมอื่นที่ซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆ ในสวนเยอะมาก หากใครที่ไม่ได้อินกับงานศิลปะ แค่มาถ่ายรูปก็ถือคุ้มสุดคุ้ม

จากนั้นนำท่านไปเรียนรู้วัฒนธรรมการทำกิมจิของชาวเกาหลีที่ โรงเรียนสอนทำกิมจิ อาหารเกาหลีประเภทผักดองที่อาศัยภูมิปัญญาก้นครัวของชาวเกาหลี ด้วยการหมักพริกสีแดงและผักต่างๆ โดยทั่วไปจะเป็นผักกาดขาว ชาวเกาหลีนิยมรับประทานกิมจิเกือบทุกมื้อ และยังนำไปปรุงเป็นส่วนประกอบอาหารอีกหลายอย่าง ปัจจุบันกิมจิมีมากกว่า 187 ชนิดส่วนใหญ่แล้วจะมีรสเผ็ด และเปรี้ยว นอกจากนี้ยังสามารถสวมใส่ ชุดประจำชาติฮันบก ซึ่งเป็นชุดประจำชาติของเกาหลี
พร้อมถ่ายภาพสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึก

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน (1) เมนู ชาบู ชาบูสไตล์เกาหลี คล้ายการต้มรวมมิตรสุกี้หม้อไฟ ประกอบไปด้วยเนื้อหมูสไลด์ ผัก เห็ด และวุ้นเส้นเกาหลีเป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิตในเกาหลี และยังเป็นอาหารพื้นเมืองที่มีมาอย่างยาวนานอีกด้วย
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ สวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่
ที่สุดของประเทศ ถูกขนานนามว่าเป็นดิสนีย์แลนด์แห่งเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ประกอบไปด้วยโซนต่างๆ ดังนี้Global Fair, Magic Land, European Adventure, American Adventure, Zootopia เมื่อท่านก้าวผ่านประตูเข้าไปในสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ พบกับอาคารทรงสวยที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรียตะวันออก และอินเดีย ซึ่งผสมผสานจนเข้ากันลงตัว แวะถ่ายรูปสวยๆ ที่ Magic Tree ต้นไม้แฟนตาซีขนาดใหญ่ที่จะเปลี่ยนธีมไปตามเทศกาลต่างๆถือเป็นอีกจุดแลนด์มาร์คสำหรับนักท่องเที่ยว

ใครชอบเครื่องเล่นหวาดเสียวต้องห้ามพลาดเด็ดขาด!!

  • สนุกกับเครื่องเล่นนานาชนิดไม่ว่าจะเป็น รถไฟเหาะตีลังกา
    (Rolling X-Train) ที่เร็วสุดๆ และตีลังกาถึง 2 รอบ
  • เฮอร์ริเคน (Hurricane) เครื่องเล่นที่จะหมุนๆ เหวี่ยงๆ ให้หัวใจเต้นรัวกับความสูงเกือบ 20 เมตรจากพื้นดิน!
  • ดับเบิ้ลร็อกสปิน (Double Rock Spin) ที่จะหมุนๆ ตีลังกา 3 ตลบบนอากาศด้วยความสูงที่แทบกลั้นหายใจ
  • เรือเหาะไวกิ้ง (Columbus Adventure) เตรียมตัวเตรียมใจไปกับเจ้าเรือเหาะยักษ์ที่จะ
    เหวี่ยทุกคนขึ้นไปสูงถึง 30 เมตร ในมุม 75 องศา และไฮไลค์ที่พลาดไม่ได้ของสวนสนุกแห่งนี้
  • รถไฟเหาะรางไม้ (TEXPRESS)รถไฟเหาะรางไม้ที่สูงชันเป็นอันดับ 4 ของโลก ซึ่งมีความชันถึง 77 องศา และวิ่งด้วยความเร็ว 104 กิโลเมตร/ชั่วโมง

พิเศษ!!! ทางเลือกใหม่สำหรับท่านที่ไม่ชอบการรอคิวนานๆ สามารถซื้อบัตร Q-Pass เพื่อขึ้นไปรอเล่นได้เลย โดยซื้อแพคเกจเฉพาะ T-Xpress จ่ายเพิ่มเพียง 30,000 วอน (ราคาสำหรับ 2 ท่าน) จะได้รับตั๋ว Q-Pass และ SDCard ขนาด 16 GB ใส่กล้อง Action Camera มาให้ เมื่อถึงด้านบนให้นำกล้องส่งให้เจ้าหน้าที่เพื่อติดตั้ง ซึ่งจะเป็นโบกี้สุดท้ายของขบวนรถไฟ 1 รอบจะนั่งได้เพียง 2 ท่าน เพราะจุดติดตั้งกล้องมีเพียง 1 ชุด จากนั้นก็ลุย !!และหลังจากลงจากรถไฟแล้ว ท่านสามารถนำ SD Card มาตรวจสอบการบันทึกวีดีโอ หากวีดีโอเสียจะสามารถขึ้นไปเล่นใหม่ได้อีก 1 รอบ

พักเหนื่อยจากเครื่องเล่น หลุดเข้ามาในโลกของเหล่าสัตว์มากมาย!! ในโลกของ Zootopia หนึ่งในสวนสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลี มีสัตว์มากกว่า 2,000 ตัว จาก 200 กว่าสายพันธุ์ พาทุกท่านท่องไปกับโลกของสัตว์ป่าซาฟารี ขึ้นไปบนรถบัสซาฟารีเพื่อใกล้ชิดกับเหล่าสัตว์ป่ายิ่งขึ้นอย่างโซน Safari World พบกับสัตว์ที่น่าเกรงขามอย่างสิงโตเจ้าป่า เสืออันดุร้ายและหมีตัวใหญ่ที่อาจจะโผล่มาทักทายคุณได้ทุกเมื่อ

จะมีอะไรตื่นเต้นไปกว่าการนั่งรถสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก!! ตะลุยเข้าไปในโซน Lost Valley พร้อมเพลิดเพลินกับการชมสัตว์ต่างๆ ที่เดินเล่นอย่างอิสระ ถ้าโชคดีอาจจะได้พบกับสัตว์เหล่านี้มาขอขนมกินถึงหน้าต่างรถเลยทีเดียว

เปลี่ยนบรรยากาศจากเหล่าสัตว์โลกมาเจอความสวยงามของหมู่พฤกษา!! เดินชมสวนดอกไม้ที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งอวดสีสัน ณ สวนดอกไม้สี่ฤดู (Four Season Garden) ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงพันธุ์ดอกไม้ไปตามฤดูกาลในรูปแบบที่หลากหลายตลอดทั้งปี (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ด้วยสีสันที่สดของดอกไม้แต่ละชนิดจึงได้รับความนิยมอย่างมากนักท่องเที่ยวที่มาสวนสนุกจึงไม่พลาดที่จะมาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศความสดชื่นกลับไปเป็นที่ระลึก รวมทั้งยังมีการจัด
เทศกาลในแต่ละเดือน อาทิเช่น ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ประมาณเดือนเมษายน – มิถุนายน เป็นสวนดอกทิวลิป และดอกกุหลาบ ในช่วงฤดูร้อน ประมาณเดือนมิถุนายน – สิงหาคม เป็นสวนดอกลิลลี่หลากสีสัน ยังไม่หมดแค่นั้น ในช่วงเดือนนี้จะมีเทศกาลคลายร้อนไปกับสายน้ำ (Summer Splash) ในฤดูใบไม้ร่วง ประมาณเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน เป็นสวนดอกเบญจมาศ พร้อมกับมีจัดตกแต่งสวนสนุกให้เข้ากับเทศกาลฮัลโลวีน (Happy Halloween) มีการจัดขบวนรถแฟนซี
แห่รอบสวนสนุก และมีเจ้าหน้าที่แต่งตัวเป็นผีมาเดินแกล้งนักท่องเที่ยวด้วย ในช่วงฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายน -ธันวาคม มีการจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส และต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ทุกเทศกาลจะตกแต่งด้วย แสง สี เสียงสุดอลังการ พร้อมทั้งมีขบวนพาเหรดมาสร้างความบันเทิงให้กับเด็กๆ เช่น White Christmas Parade, Moonlight Parade

การแสดขบวนพาเหรดอันน่าตื่นตาตื่นใจ! ชมขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่อย่าง คานิวัล แฟนตาซี พาเหรด (Carnival Fantasy Parade) พบกับโชว์ต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลก มีทั้งธีมสไตล์บราซิลอย่างแซมบาเฟสติวัล (Samba festival) ไป จนถึงธีมเวนิสคานิวัล (Venice Carnival) จากอิตาลีก็ตบเท้าเข้าร่วมขบวนด้วย สนุกสนานกับการเต้นรำไปพร้อมๆกัน
ช่วงหัวค่ำเป็นอีกหนึ่งการแสดงที่พลาดไม่ได้เช่นกัน อย่าเพิ่งรีบกลับ! หากท่านยังไม่ได้ชมการแสดงพลุสุดอลังการหลังจาก พระอาทิตย์ตกดิน และยังมีขบวนพาเหรดที่จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง อย่างมูนไลท์พาเหรด (Moonlight parade) ให้ท่านได้ ชมอีกด้วย ขบวนพาเหรดจะมีรอบ 14.30 18.30 และ 19.30 น.

เย็น บริการอาหารเย็น (2) เมนู บุฟเฟต์บาบีคิวปิ้งย่างสไตล์เกาหลี เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว ปลาหมึก อาหารเกาหลี เติมไม่อั้น

พักที่ NEW M HOTEL SUWON / JM HOTEL หรือระดับเดียวกัน

3

Day 3 : ศูนย์สมุนไพรโสม – คอสเมติค – ฮอกเกนามู – พระราชวังเคียงบกกุง+ใส่ชุดฮันบก-ดิวตี้ฟรี ตลาดเมียงดง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (3) จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยัง ศูนย์สมุนไพรโสมเกาหลี (GINSEN CENTER) สมุนไพรที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้แก่
ระบบย่อยอาหาร ปอด ช่วยทำให้จิตใจสงบ และเพิ่มพละกำลัง มีสรรพคุณทางการแพทย์ช่วยบำรุงหัวใจ ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด เสริมประสิทธิภาพทางเพศ ลดและป้องกันมะเร็ง
จากนั้นนำท่านแวะช้อปที่ร้านเครื่องสำอางค์ยอดนิยม COSMETIC OUTLET สวรรค์ของนักช้อปชาวไทย เพื่อเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝาก มีให้เลือกมากมายหลากหลายแบนด์ ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์บำรุงผิวแบรนด์อย่าง DEWINS และแบรนด์ JSM ที่เป็นสินค้าหลักของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็นครีมหอยทาก ครีมน้ำแตก ครีมขัดขี้ไคล สแตมเซลล์ โบท็อกซ์ เป็นต้น และยังมีสินค้าอื่นๆ อาทิเช่น ครีมว่านหางจระเข้ แป้งม้าโยก ยาย้อมผม แฮนด์ครีม ยาสระผม ฯลฯ จากนั้นพาท่านชม ศูนย์สมุนไพรบำรุงตับ (HOKGENAMU) ต้นไม้ชนิดนี้เจริญเติบโตในป่าลึกบนภูเขาที่ปราศจากมลภาวะและสูงเหนือระดับน้ำทะเล 50-800 เมตร ช่วยดูแลตับให้สะอาดแข็งแรง ป้องกันโรคตับแข็ง ไม่ถูกทำลายจากการดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ บุหรี่ สารตกค้างจากอาหาร และยา

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน (4) เมนู ไก่ตุ๋นโสม อาหารบำรุงสุขภาพ ไก่ขนาดกำลังเหมาะ ยัดไส้ด้วยโสม แปะก๊วย และสมุนไพรบำรุงร่างกาย เสิร์ฟในหม้อดินร้อนๆ จากนั้นนำท่านชมความยิ่งใหญ่ของ พระราชวังเคียงบกกุง พระราชวังแห่งแรกของราชวงศ์โชซอนที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ใครมาเกาหลีเป็นครั้งแรกต้องไม่พลาดที่จะแวะมาเยือน ด้วยฉากหลังของพระราชวังนั้เป็นภูเขาพูกักซาน ทำให้ดูยิ่งใหญ่อลังการเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็น The
Grand Palace ของเกาหลีใต้เลยก็ว่าได้ มีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจคือ พระที่นั่งคึนจองวอง เป็นพระที่นั่งที่กษัตริย์ใช้ออกว่าราชการ และเป็นที่ทรงงาน ภายในพระที่นั่งไม่สามารถเข้าไปชมได้ แต่สามารถถ่ายภาพจากด้านนอกได้

อีกหนึ่งจุดที่พลาดไม่ได้ ศาลากลางน้ำคยองเฮรู เป็นห้องโถงที่ใช้จัดงานเลี้ยง หรืองานพระราชพิธีต่างๆ ที่พิเศษและสำคัญของกษัตริย์ในสมัยราชวงศ์โชซอน ศาลาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1867 บนทะเลสาบขนาดสี่เหลี่ยม มีความกว้าง 128 เมตร และยาว 113 เมตร ตัวศาลาส่วนใหญ่สร้างขึ้นจากไม้และหิน โดยโครงสร้างไม้ถูกตั้งอยู่บนเสาหินจำนวน 48 ต้น และมีบันไดไม้เชื่อมระหว่างชั้นสองกับชั้นหนึ่ง ส่วนบริเวณรอบๆ ของศาลาจะรายล้อมไปด้วยเสาและสะพานหิน ซึ่งสะพานหินสามสะพานจะเชื่อมกับตัวศาลา และบริเวณของพระราชวัง ส่วนมุมของรั้วรอบศาลาจะถูกตกแต่งด้วยรูปปั้นของสัตว์สิบสองราศี ด้วยฉากหลังที่สวยงามของต้นไม้ และสีสันของใบไม้ที่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ทำให้ตรงจุดนี้เป็นจุด ถ่ายรูปที่สวยที่สุดจุดหนึ่งในเขตของพระราชวังเคียงบกกุง
หมายเหตุ : กรณีที่พระราชวังเคียงบกกุงไม่เปิดทำการ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ปรับรายการทดแทนเป็น พระราชวังชางด็อกกุง พระราชวังลำดับที่สองที่ถูกสร้างต่อจากพระราชวังเคียงบกกุง ในปี ค.ศ. 1405 และยังเป็น 1 ใน 5 ของ พระราชวังสำคัญที่ยังคงรักษาไว้ ซึ่งมีต้นไม้ขนาดยักษ์มีอายุกว่า 300 ปี บ่อน้ำ และศาลาริมน้ำ พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ พำนักของพระมหากษัตริย์ถึง 9 พระองค์ ปัจจุบันยังคงเหลือความงดงามบางส่วนของพระราชวัง ได้แก่ พระตำหนักอิน จองจอน พระตำหนักแดโจจอน พระตำหนักซอนจองจอน และพระตำหนักนักซองแจ
จากนั้นนำท่านเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษี ดิวตี้ฟรี (DUTY FREE) ที่ร้านค้าปลอดภาษีที่ใหญ่ที่สุดในโซล แหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำหอม เสื้อผ้า เครื่องสำอาง กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับหลากหลายแบรนด์ดัง และสินค้าแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย โดยชั้นใต้ดินจะเป็นสินค้าแบรนด์หรู และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิเช่น PRADA, DIOR,
LOUIS VUITTON, BULGARI, LONGCHAMP, COACH, GUCCI, MICHEL KORS, LOEWE, MIU MIU เป็นต้น ในส่วน

  • ของชั้นที่ 1 เป็นช็อป CHANNEL และนาฬิกาดังหลากหลายแบรนด์ อาทิเช่น ROLEX, HERMES, OMEGA, TISSOT เป็นต้น
  • ชั้น 2 เป็นช็อป MCM
  • ชั้นที่ 3 เป็นโซนเครื่องสำอางค์หลากหลายแบรนด์ดัง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ SULWHASOO,HERA, LANEIGE, L’Oréal, SU:M37, ESTEE LAUDER, LANCOME, CHRISTIAN DIOR, BIOTHERM, MAC เป็นต้น
  • ชั้น4 จะเป็นสินค้าแบรนด์เนมอื่นๆ และชั้นที่ 5 จะเป็นแบรนด์ของเกาหลี และโซนร้านอาหาร

จากนั้นนำท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง ย่านเมียงดง แหล่งละลายทรัพย์ในดวงใจของสาวๆหลายคน หรือสยามสแควร์เกาหลี ตลาดแห่งนี้จะมีเสื้อผ้า กางเกง รองเท้า น้ำหอม เครื่องสำอางค์ทั้งแบรนด์เนมชื่อดัง และโลคอลแบรนด์ รวมถึงซีดี เพลง รูปดารา และศิลปินเกาหลี หรืออะไรที่วัยรุ่นต้องการก็สามารถหาได้จากที่ตลาดนี้ อาทิเช่น ร้านเครื่องสำอางค์ค์ที่คุ้นหูคนไทยที่ไม่ว่าจะเป็น ETUDE, SKIN FOOD, THE FACE SHOP, NATURAL REPUBLIC, INNISFREE ราคาเครื่องสำอางค์ค์จะถูกกว่าประเทศไทยประมาณ 2 ถึง 3 เท่า และบางรุ่นไม่มีขายในประเทศไทย หรือจะเป็นร้านขายรองเท้าแบรนด์ดังอย่างร้าน MBC MART ก็มีรองเท้าหลากหลายแบรนด์ดังให้เลือกมากมาย อาทิเช่น ADIDAS, NIKE,NEW BALANCE, VANS, CONVERSE, FILA เป็นต้น

ในส่วนของอาหารบริเวณข้างทางที่ฮอทฮิตไม่แพ้กันอย่างโซน เมียงดงสตรีทฟู้ด มีอาหารหรือของทานเล่นให้ได้ลิ้มลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หอยเชลล์ย่างตัวใหญ่อบน่ากิน ขนมไข่หรือเครันปัง ขนมยอดฮิตตลอดกาลของเมียงดง กุ้งล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ๆ ย่างชีสมีรสหวาน ชีสย่าง โดยการเอามอสซาเรลล่าชีสเสียบไม้แล้วเอาไปย่าง ต๊อกโบกี เค้กข้าวที่ขึ้นชื่อของเกาหลี ปรุงรสด้วยซอสเผ็ดสไตล์เกาหลี เมนูนี้มีอยู่เกือบทุกซอกทุกมุมที่ในตลาดเมียงดง บะหมี่ดำจาจังมยอน หนึ่งในเมนูสุดฮิตที่เห็นกันบ่อยในซีรี่ส์เกาหลี มันฝรั่งเกลียวทอดกรอบเสียบไม้ พบเห็นได้ทั่วไปในเมืองไทย แต่ของที่นี่จะมีไส้กรอกเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งชั้น ปลาหมึกยักษ์ทอดกรอบ เสียบไม้แบบอลังการโรยด้วยเกลือ เป็นต้น แต่หากคนที่ชอบของหวานก็จะมีไอติมโคนเจ้าดัง ซึ่งไอติมที่กดมาใส่โคนนั้นสูงถึง 2 ฟุต

เย็น อิสระอาหารเย็น 1 มื้อ (ให้ทุกท่านได้อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย)
พักที่ BENIKIA M HOTEL / HAEDAMCHAE HOTEL / INTERCITY HOTEL หรือระดับเดียวกัน

4

Day 4: อิสระท่องเที่ยวและช็อปปิ้งเต็มวัน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (5) อิสระเต็มวันให้ท่านอิสระช้อปปิ้ง หรือเดินทางสู่สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ โดยมีไกด์คอยให้คำแนะนำในการเดินทาง อาทิ

  • หมู่บ้านบุคชอนฮันอก เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของกรุงโซล หมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่ล้อมรอบไปด้วยพระราชวัง ทั้งเคียงบกกุง และชางด็อกกุง รวมถึงศาลเจ้าจงมโยด้วย มีบ้านเรือนนับร้อยหลังที่เป็นบ้านแบบดั้งเดิม ที่เรียกว่า ฮันอก
    (Hanok) ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนอดีตไปในสมัยราชวงศ์โชซอน ที่นี่มีมุมเด็ดๆ ที่ไม่ความพลาดถึง 8 จุดให้ถ่ายรูปด้วยกันนอกจากนี้ยังมีร้านชาชื่อดัง Tea Garden ตัวร้านเป็นบ้านสไตลืฮันอกอายุกว่า 100 ปี ภายในร้านมีโต๊ะที่ใช้นั่งกับพื้นที่เรียกว่า อนดล (Ondol) ซึ่งถูกจัดวางไว้กลางสวนตรงตามกับคอนเซปชื่อร้าน โดยพนักงานก็จะใส่ชุดฮันบกมาเสิร์ฟ ทำให้ได้ความรู้สึกย้อนยุคเข้าไปอีก
  • คลองชองเกชอน คลองที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงามที่สุดในเกาหลี แหล่งเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางเมืองหลวงที่วุ่นวาย มีสะพานทั้งหมด 20 สะพานที่ออกแบบมาด้วยคอนเซ็บที่แตกต่างกัน บริเวณกำแพงทั้งสองข้างริมคลองประดับด้วยหินอ่อน และประติมากรรมที่สวยงาม
  • สวนสนุกล็อตเต้เวิลด์ สำหรับคนรักความสนุกที่ยังไม่จุใจ สามารถไปตามเก็บเครื่องเล่นในสวนสนุกแห่งที่ 2 ของเกาหลีซึ่งมีชื่อเสียงไม้แพ้สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ได้ โดยวิธีเดินทางก็ง่ายแสนง่ายเพราะตั้งอยู่ในกรุงโซ ล ที่นี่รวบรวมเครื่องเล่นสนุกๆ ไว้มากมาย ถูกแบ่งออกเป็นโซน Indoor จะถูกจัดอยู่ในธีมผจญภัย (Adventure) และ Outdoor จะถูกจัดในธีมเกาะเวทมนต์ (Magic Island) สามารถเที่ยวได้ตลอดเวลาแม้ว่าสภาพอากาศจะไม่เป็นใจ **หมายเหตุ อัตราค่าบริการนี้ไม่รวมค่าบัตรเข้าสวนสนุก**

สายช็อปห้ามพลาด!

  • ย่านเมียงดง หรือสยามสแควร์เกาหลี ตลาดแห่งนี้จะมีเสื้อผ้า กางเกง รองเท้า น้ำหอม เครื่องสำอางค์ ทั้งแบรนด์เนมชื่อดัง และโลคอลแบรนด์ รวมถึงซีดีเพลง รูปดารา และศิลปินเกาหลี หรืออะไรที่วัยรุ่นต้องการก็สามารถหาได้จากที่ตลาดนี้อาทิเช่น ร้านเครื่องสำอางค์ที่คุ้นหูคนไทยที่ไม่ว่าจะเป็น ETUDE, SKIN FOOD, THE FACE SHOP ในส่วนของอาหารข้างทางที่ฮอทฮิตไม่แพ้กันอย่างโซนสตรีทฟู้ด มีอาหารหรือของทานเล่นให้ได้ลิ้มลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หอยเชลล์ย่างตัวใหญ่อบน่ากิน ขนมไข่หรือเครันปัง ขนมยอดฮิตตลอดกาลของเมียงดง กุ้งล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ๆ ย่างชีส มีรสหวาน ชีสย่างต๊อกโบกี เค้กข้าวที่ขึ้นชื่อของเกาหลี ปรุงรสด้วยซอสเผ็ดสไตล์เกาหลี เป็นต้น
  • ย่านฮงแด เป็นย่านที่อยู่ใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยฮงอิก มีร้านช็อปมากมายทั้งเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ รองเท้า ยิ่งช่วงกลางคืนจะคึกคักเป็นพิเศษ มีผับ บาร์ คาเฟ่ ร้านอาหารมากมายตามตรอกซอกซอยแทบทุกแห่ง ถือเป็นแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นทั้งวันมัธยม และวัยมหา’ลัย โดยในช่วงเย็นๆ จะมีกลุ่มวัยรุ่นมาเต้นโชว์ความสามารถ บนถนนจะกลายเป็นลานการ
    แสดงความสามารถด้านต่างๆ ทั้งเล่นดนตรี ร้อง เต้น แบบจัดเต็ม! ทำให้ถนนแห่งนี้คึกคัก และเป็นสีสันของกรุงโซลทั้งกลางวันและกลางคืน
  • ย่านอีแด เป็นย่านที่อยู่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา นอกจากจะเป็นมหาลัยที่สวยที่สุดแล้ว ยังมีจุดถ่ายรูปฮิปๆมากมาย ทีนี่ยังเป็นย่านช้อปปิ้งสินค้าแนววัยรุ่นแฟชั่นวัยใสสไตล์เกาหลี มีทั้งของจุกจิก กิ๊ฟช้อป เครื่องประดับ เสื้อผ้าแว่นตา กระเป๋า รองเท้า อุปกรณ์เกี่ยวกับโทรศัพท์ เครื่องสำอางต่างๆ เป็นร้านเล็กๆ ที่แฝงตัวอยู่ตามตรอกซอกซอยต่างๆ
    ยาวเหยียดสองข้างทาง.- ย่านชินซาดง แห่งรวมโลคอลแบรนด์ดัง ถนนกาโรซูกิล หรือเรียกกันว่า Artists’ Street เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ดีไซเนอร์ แบรนด์หรู ร้านกาแฟที่ตกแต่งแบบชิคๆ ถนสายนี้จะทำให้คุณได้เพลินเพลินเจริญใจ เเละเงินในกระเป๋า
    เป็นอย่างยิ่ง
  • ย่านอัพกูจอง เป็นย่านที่น่าไปเดินเที่ยวมากๆ ของกรุงโซล ย่านนี้เป็นย่านไฮโซของเกาหลีนั่นเอง แน่นอนว่าห้างร้านค้าต่างๆ ที่อยู่ในย่านนี้จึงเป็นแบรนด์ดังหรูหราระดับโลก โดยไฮไลท์ของย่านอัพกูจองจะอยู่บริเวณ ถนนโรดิโอ มีห้างที่สำคัญก็คือ Galleria Department Store ห้างหรูหราแหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ นอกจากนี้ตลอดทั้งแนวถนนก็ยังมีร้านขายสินค้าแฟชั่นจากดีไซเนอร์แนวหน้าของเกาหลีให้ได้เดินเลือกช้อปปิ้งอย่างจุใจสายฮิปเตอร์ต้องไปเช็คอิน!
  • ย่านอิกซอนดง หมู่บ้านฮันอกเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงโซล มีกลิ่นอายความเป็นเกาหลีโบราณ และเป็นย่านเก่าแก่ที่อาจจะใหม่สำหรับใครหลายๆคน แหล่งรวมคาเฟ่เก๋ๆ ร้านอาหารชิคๆ ใจกลางกรุงที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกซอกซอยเล็กๆสามารถเดินลัดเลาะจากแถวย่านอินซาดงมาได้ มีทั้งร้านอาหารเกาหลี ร้านบิงซู ร้านนั่งชิล ร้านพิซซ่า ที่ตกแต่งได้อย่างมี
    สไตล์ เหมาะสำหรับชาวโซเชียลที่ชอบอัพรูปสวยๆ ไฮไลท์ของย่านนี้จะเป็นคาเฟ่ดอกไม้ชื่อร้าน มาดัง หน้าร้านจะเป็นมุมยอดฮิตที่คนนิยมมาถ่ายรูป เพราะสีสันสดใสสวยงามของดอกไม้ นอกจากสายฮิปเตอร์แล้วสายกินก็ห้ามพลาด!! ที่นี่มีร้านขายมันดูชื่อดัง (เกี๊ยวนึ่งเกาหลี) ร้านชางฮวาดัง ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน ซึ่งจะมีคนต่อคิวรอเยอะมากๆ
  • ย่านซองซูดง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อาจจะยังไม่คุ้นหูกับย่านนี้ แต่สำหรับคนเกาหลีแล้ว ย่านซองซูดงกำลังมาแรงกว่าที่ไหนๆ ได้รับฉายาว่าเป็น บรูคลินแห่งกรุงโซล เพราะเคยเป็นที่ตั้งของโรงงานเก่าๆ ในยุค 1960 ปัจจุบันถูกแปลงโฉมเป็นแกลอรี่ สตูดิโอ และคาเฟ่ที่มีสไตล์มากๆ จนกลายมาเป็นย่านฮิปสเตอร์ แหล่งรวมวัยรุ่นแนวอาร์ตๆ นอกจากนั้น ที่นี่ยังมีคาเฟ่ชื่อดังอย่าง ร้าน Café Onion ร้านคาเฟ่บรรยากาศดีที่ดังในเรื่องเมนูขนมปังอบอีกด้วย
  • ย่านฮงแด นอกจากจะเป็นแหล่งช็อปปิ้งแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมสุดยอดร้านอาหารชื่อดังมากมาย ทั้งของคาว ของหวานอาหารว่าง อาทิ ร้านวันดังคัมจาทัง ร้านคัมจาทังที่ที่สุดในฮงแด ร้านตั้งอยู่ตรงทางสถานีฮงอิกทางออก 3, ร้าน Peonyร้านเค้กโฮมเมดเจ้าดัง เมนูที่ห้ามพลาดคือ Strawberry Short Cake และ Strawberry Bingsu ร้านตั้งอยู่ตรงทางสถานีฮงอิกทางออก 9, ร้าน 50pick ร้านนั่งชิลที่มีค็อกเทลให้เลือกทั้งหมด 50 แบบ ร้านตั้งอยู่ตรงทางสถานีฮงอิกทางออก 8, ร้านฮงงิกเกจาง กับเมนูสุดแซ่บอย่างปูสดดองซีอิ๊วม บุฟเฟ่ต์ปูดอง กุ้งดอง แบบครบเซ็ทเติมไม่อั้น ราคาแรงแต่รับรองความอร่อย ร้านตั้งอยู่ตรงทางสถานีฮงอิกทางออก 2, ร้านเซมาอึลชิกดัง ร้านหมูย่างชื่อดัง กันสาดสีเหลือง กับ
    เมนูที่ต้องสั่งคือ ซุปกิมจิ 7 นาที ร้านตั้งอยู่ตรงทางสถานีฮงอิกทางออก 9, ร้านพิพิรี ร้านบิบิมบับแบบรีฟิล 5000 วอนเป็นร้านยอดนิยมของวัยรุ่นและวัยทำงานเพราะราคาถูกมาก ร้านตั้งอยู่ตรงทางสถานีฮงอิกทางออก 9 และร้านคาเฟ่ King‘s Cross คาเฟ่นี้สาวกแฮร์รี่ห้ามพลาด! จำลองฉากในหนัง แฮร์รี่ พอตเตอร์ มาไว้ที่ฮงแด พาท่านเดินทางไปโลกเวทมนต์ด้วยรถไฟ ชานชาลา 9 3/4 ร้านตั้งอยู่ตรงทางสถานีฮงอิกทางออก 9 เป็นต้น

รถประจำทาง รถบัสที่วิ่งในตัวเมืองเป็นการเดินทางที่สะดวก ถูกจำแนกตามสีเพื่อกำหนดชนิดของรถบัส รถบัสสีน้ำเงินวิ่งตามถนนสายหลัก และวิ่งระยะทางไกลรอบกรุงโซล รถบัสสีเขียว วิ่งระยะสั้น และรับส่งผู้โดยสารจากจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ เช่น สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน รถบัสสีเหลือง วิ่งวนภายในเขตกรุงโซล และรถบัสระยะทางไกล รถบัสสีแดงเป็นรถบัสด่วนที่วิ่งจากกรุงโซลไปยังชานเมือง
รถแท็กซี่ แท็กซี่เกาหลีส่วนใหญ่สามารถขึ้นแล้วบอกปลายทางที่จะลงได้เลย เพราะรถแท็กซี่เกาหลีจะไม่ปฏิเสธผู้โดยสารเหมือนที่เมืองไทย ยกเว้นแท็กซี่ตามแหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง แท็กซี่บางประเภทอาจจะมีการเรียกราคาแบบเหมา โดยมีแท็กซี่ทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่
1. แบบธรรมดา (Standard) มี 3 สี ได้แก่ ขาว เทา ส้ม เป็นแท็กซี่ที่เรียกได้ง่ายที่สุดในบรรดาประเภทอื่นๆ ราคาในตอน
กลางวันจะเป็นราคาปกติ ส่วนในตอนกลางคืนจะมีการชาร์ตเพิ่ม
2. แบบชั้นหนึ่ง (Deluxe) มี 2 สี คือ ดำและเหลือง ด้านข้างกระจกจะมีป้ายคำว่า Deluxe แปะอยู่ ภายในกว้างนั่งสบายราคาในตอนกลางวันและกลางคืนจะเท่ากัน แต่จะราคาสูงกว่าแบบธรรมดา หาเรียกได้ตามหน้าโรงแรม หรือสถานีรถไฟต่างๆ3. แบบจัมโบ้คันใหญ่ (Jumbo) เป็นรถตู้ เหมาะกับคนที่เดินทางเป็นกลุ่ม ราคาจะพอๆกับแท็กซี่ชั้นหนึ่ง
4. แบบอินเตอร์ (International) เป็นแบบพิเศษ คนขับรถสามารถพูดภาษาอื่นได้
– รถไฟใต้ดิน คนเกาหลีในกรุงโซลนิยมรถไฟใต้ดินเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง เพราะสะดวก รวดเร็ว และครอบคลุมทุกพื้นที่ในโซล รถไฟใต้ดินจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวของท่าน สายรถไฟสายหลักๆ จะแยกตามหมายเลขและสี บางสายจะมีชื่อเรียกเป็นของตัวเอง เริ่มตั้งแต่ สายที่ 1 ไปจนถึงสายที่ 9 รวมถึงสายอื่นๆ ที่มีชื่อเฉพาะ
ดังนี้

➊ สาย 1 เป็นเส้นทางที่เก่าแก่และยาวที่สุด วิ่งผ่านใจกลางกรุงโซลยาวไปถึงต่างจังหวัด ผู้คนหลากหลายวัยเป็นสถานีที่มีปลายทางเยอะ เวลาเดินทางสายนี้ต้องสังเกตให้ดีๆ สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับสายนี้ ได้แก่ ตลาดปลานอร์ยางจิน,ตลาดนัมแดมุน, ทางเดินลอยฟ้า Seoullo 7071, ประตูดงแดมุน, ตลาดควางจัง, วัดโชกเยซา, คลองชองกเยชอน,พระราชวังถ็อกซูกุง เป็นต้น
➋ สาย 2 เป็นเส้นทางที่มีความคึกคักเป็นอย่างมาก โดยจะวิ่งวนเป็นวงกลมบริเวณใจกลางกรุงโซล เต็มไปด้วยนักเรียนนักศึกษาไปจนถึงวัยทำงาน เพราะวิ่งผ่านมหาวิทยาลัยหลายแห่ง โบกี้จะแน่นบ้างว่างบ้างสลับกันไป ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ หลากหลายเเห่งด้วยกัน สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับสายนี้ ได้แก่ วัดพงอึนซา, Coex Aquarium, CoexMall, สวนสนุกล็อตเต้เวิร์ล, YG Entertainment, Sinchon Station, Hongik Station, ย่านฮงแด, พิพิธภัณฑ์ภาพสามมิติ Trick Eyes & Ice Museum, ย่านอีแด, มหาลัยสตรีอีฮวา เป็นต้น
➌ สาย 3 เป็นเส้นทางที่วิ่งจากทางตะวันตกเฉียงเหนือไปยังทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงโซล เชื่อมระหว่างเมืองโกยางกับกรุงโซล เป็นอีกหนึ่งสายที่ได้รับความนิยมในการเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยวสำ หรับสายนี้ ได้แก่ พระราชวังเคียงบกกุง, หมู่บ้านนัมซานฮันอกกล, Seoul Museum of History, The National Folk Museum of Korea,SM Entertainment, ถนนกาโรซูกิล, ย่านชินซาดง, Apgujeong Station เป็นต้น
➍ สาย 4 เป็นเส้นทางที่วิ่งจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีการวิ่งผ่านใจกลางกรุงโซลเเละผ่านเเหล่งช็อปปิ้งสำ คัญมากมาย สถานที่ท่องเที่ยวสำ หรับสายนี้ ได้แก่ ตลาดทงแดมุน, ตลาดเมียงดง,Dongdaemun History & Culture, Ihwa Mural Village, สวนสาธารณะนักซาน เป็นต้น
➎ สาย 5 เป็นเส้นทางที่วิ่งจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก ถือเป็นเส้นทางหลักที่คนในกรุงโซลใช้โดยสารในชีวิตประจำวันเป็นจำนวนมาก สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับสายนี้ ได้แก่ สวนสาธารณะริมแม่น้ำฮัน, เกาะยออีโด, ตึก 63,จตุรัสควางฮวามุน, อนุสาวรีย์พระเจ้าเซจง, ศาลเจ้าจงมโย, Gimpo International Airport เป็นต้น
➏ สาย 6 เป็นเส้นทางที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าหลายสาย สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับสายนี้ ได้แก่ ย่านซองซูดง, ย่านอีแทวอน, สนาม World Cup Stadium, ฮานึลปาร์ค เป็นต้น
➐ สาย 7 เป็นเส้นทางที่เริ่มต้นที่สถานี Jangam และสิ้นสุดที่สถานี Bupyeong-gu Office สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับสายนี้ ได้แก่ Aiins World, Common Ground เป็นต้น
➑ สาย 8 เป็นเส้นทางที่มีระยะทางสั้นที่สุด
➒ สาย 9 เป็นเส้นทางที่มีจะมีการข้ามสายไปสายที่ไม่มีจุดตัดกับสายอื่นๆ ค่อนข้างรวดเร็วในการเดินทาง

อิสระอาหารกลางวันและเย็น (ให้ทุกท่านได้อิสระตามอัธยาศัย เพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้ง)
พักที่ BENIKIA M HOTEL / HAEDAMCHAE HOTEL / INTERCITY HOTEL หรือระดับเดียวกัน

5

Day 5: น้ำมันสน – พลอยอเมทิส – BUCHEON AIINS WORLD – ฮุนได พรีเมี่ยม เอ้าท์เลท
ละลายเงินวอนซุปเปอร์มาร์เก็ต -สนามบินอินชอน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (6) นำท่านเรียนรู้การทำผลิตภัณฑ์ที่สกัดจาก น้ำมันสนเข็มแดง (RED PINE) มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย ลดไขมัน ช่วย
ควบคุมอาหาร และรักษาสมดุลในร่างกาย จากนั้นนำท่านชม โรงงานเจียระไนพลอยอเมทิส (AMETHYST FACTORY) แดนเกาหลีเป็นแดนของพลอยสีม่วง พลอยแห่งสุขภาพและนำโชค โดยมีตั้งแต่สีม่วงอ่อนเย็นตา จนถึงสีม่วงไวน์ มีเสน่ห์เย้ายวนใจ พลอยนี้จะงามจับตาเมื่อมาทำเป็นแหวน จี้ ต่างหู และสร้อยข้อมือ

กลางวัน บริการอาหารกลางวัน (7) เมนู บลูโกกิ หมูหมักสไตล์สมัยใหม่เกาหลี มีรสชาติออกหวานเผ็ดเล็กน้อย โดยนำหมูลงในกระทะพร้อมน้ำซุปปรุงรส เมื่อสุกรับประทานพร้อมเครื่องเคียงและข้าวสวยจากนั้นนำท่านไปเที่ยวรอบโลกกับเมืองจำลอง BUCHEON AIINS WORLD โดยโซนแต่ละนั้นจะแบ่งไปต่างๆ ตามทวีปต่างๆ ตั้งแต่ยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ จัดแสดงแลนด์มาร์คที่มีชื่อเสียงของโลกมารวมอยู่ในที่เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น หอนาฬิกาบิ๊กเบน โคลอสเซียม หอไอเฟล ตึก Empire State กำแพงเมืองจีน ทัชมาฮาล หอเอน
เมืองปิซ่า เทพีเสรีภาพ และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนในตอนกลางคืนที่นี่ยังมีเทศกาล World Night View FantasyLighting Festival มีไฟประดับสวยๆ ให้ได้ชมกันทุกวันตลอดทั้งปี

จากนั้นนำท่านไปยัง ฮุนได พรีเมี่ยม เอ้าท์เลท แหล่งช๊อบปิ้งขนาดใหญ่มีทั้งหมด 3 ชั้น เต็มไปด้วยร้านแบรนด์แฟชั่นกว่า 230 ร้าน มีร้านสินค้าแบรนด์ต่างประเทศให้เลือกมากมาย อาทิเช่น GUCCI, COACH, GIORDANO, DKNY, CALVIN KLEIN เป็นต้น รวมถึงสินค้าแบรนด์ดังจากเกาหลีที่มีให้ท่านได้เลือกสรรกันอย่างละลานตา นำท่านเพลินเพลินกับการแวะซื้อของฝากที่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต (ละลายเงินวอน ซื้อ 5 แถม 1) สาหร่าย ขนมต่างๆ ช็อกโกแล็ตหิน ซีเรียลช็อกโก้ ผลิตภัณฑ์ของใบ และรากฝอยของโสมในรูปแบบขนม ชาโสม โคลนพอกหน้าโสม ครีมล้างหน้าโสมเครื่องสำอางโสม และยังมีกิมจิ เปเปโร (ป๊อกกี้เกาหลี) ชินราเมง (มาม่าเกาหลี) นมกล้วย เป็นต้น

18.00 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติอินชอน
21.25 น. เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG655 (บริการอาหารบนเครื่อง)
01.25 น. ถึงประเทศไทย สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยความประทับใจ

Reviews

There are no reviews yet.

Be the first to review “Korea Beauty Art”

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Price:฿19,999.00